หน้า: 1 2 [3]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: คลังความรู้เพื่อ Ward Round สำหรับเภสัชกร  (อ่าน 68145 ครั้ง)
Rachanont
Administrator
Hero Member
*****
เพศ: ชาย
กระทู้: 2,023


Where there's a will, there's a way


เว็บไซต์
« ตอบ #30 เมื่อ: ตุลาคม 25, 2011, 12:01:25 AM »

โดยทั่วไปผู้ป่วยโรคหัวใจมักจะถูกจำกัดน้ำและเกลือโดยให้โซเดียมประมาณวันละ 1 mEq/100 Kcal/day และให้น้ำประมาณ 80% maintenance ในรูป 5%D/NSS/5 ในรายที่มีซีรั่มโซเดียมต่ำแต่ไม่มีอาการพิษจากน้ำให้จำกัดน้ำประมาณ 80% maintenance ในรูปของ 5%D/NSS/3 หรือ 5%D/NSS/2 ร่วมกับให้ KCl 30 - 40 mEq/L (ให้ K+ 5 - 6 mEq/100 Kcal/day) หรือถ้ากินทางปากได้ ให้ NaCl tablet เพื่อรักษาระดับซี่รั่มโซเดียมไว้ที่ 120 - 130 mEq/L

หมายเหตุ NaCL Tab 300 mg ให้ปริมาณ Sodium ion 5.13 mEq/Tab

ที่มา - http://elearning.medicine.swu.ac.th/pedia/wp-content/uploads/2011/04/2503-Principle-of-fluid-electrolyte-therapy-sheet-July48.pdf
บันทึกการเข้า

เด็กชายสมันตภัทร แฟนคลับอาจารย์กวง
รุ่นเก้าเรารักกัน
Hero Member
*****
เพศ: ชาย
กระทู้: 2,146



« ตอบ #31 เมื่อ: ตุลาคม 25, 2011, 03:02:19 PM »

เติ้ล แกว่ามันแปลกๆ มะ ฉานดูตาม ref เหมือนเป็นของเด็กด้วยนะ

บันทึกการเข้า
Rachanont
Administrator
Hero Member
*****
เพศ: ชาย
กระทู้: 2,023


Where there's a will, there's a way


เว็บไซต์
« ตอบ #32 เมื่อ: ตุลาคม 25, 2011, 05:55:39 PM »

แหะๆ จริงแล้วเค้าอยากรู้ว่า NaCl tab มันมีข้อบ่งใช้อะไรบ้าง มันจำเป็นแค่ไหน ทำไมใช้เกลือแกงปรุงอาหารแทนไม่ได้ ลองโพสดูกะว่าไม่แหงน ก็บอนน์ต้องเค้ามาแก้ให้แหละ ช่วยชี้แนะด้วยนะครับ
บันทึกการเข้า

เด็กชายสมันตภัทร แฟนคลับอาจารย์กวง
รุ่นเก้าเรารักกัน
Hero Member
*****
เพศ: ชาย
กระทู้: 2,146



« ตอบ #33 เมื่อ: ตุลาคม 26, 2011, 07:43:17 PM »

ไม่แน่ใจว่าตอบถูก แต่ตอบตามที่เคยอ่านมานะ
คือ NaCl มันใช้ในพวก chronic SIADH ได้นะ
คือจำกัดน้ำ ร่วมกับการให้ solute และ diuretics

ลองอ่านใน Dipiro ดูนะ เค้ายังไม่เคยเห็นของจริงใน practice

อีกอย่างที่เห็นก็คือ คนที่ความดันต่ำ บางทีก็ให้ sodium tablet

เกลือแกงแทนได้ไหม เค้าว่าได้นะ
 

บันทึกการเข้า
เด็กชายสมันตภัทร แฟนคลับอาจารย์กวง
รุ่นเก้าเรารักกัน
Hero Member
*****
เพศ: ชาย
กระทู้: 2,146



« ตอบ #34 เมื่อ: พฤศจิกายน 21, 2011, 02:56:50 PM »

Penicilliosis Marneffei

เนื่องจากต้องทำ topic review เรื่องนี้ เลยเอามาเขียนเป็นอนุสรณ์ไว้สักหน่อย (ยังไม่ได้ present นะ ไม่รู้จะเละหรือเปล่า?)

1. primary prevention

OIs ตัวนี้มักเจอในคนที่มี CD4+ <100 cells/mL ดังนั้นจึง recommend ให้ป้องกันในช่วง CD4+ ประมาณนี้
ยาที่แนะนำก็คือ Itraconazole 200 mg/day

ตัว evident support เป็น clinical trial ที่ตั้งใจให้ itraconazole เพื่อป้องกัน invasive fungal infection
ซึ่งมี cryptococcosis เป็นหนึ่งในนั้นด้วย ซึ่งก็พบว่าการให้ itraconazole ลด invasive fungal infection ได้เหนือกว่ายาหลอก
(เค้ามองว่ามัน sig ด้วยการเอา cryptococcosis มารวมนี่แหละ)
การศึกษานี้ไม่ได้ตั้งใจดู survival benefit มาแต่ต้น
ดังนั้นสรุปได้ว่าคนที่ CD4 ต่ำๆ จะใช้ itraconazole เป็น primary prophylaxis ของ fungal ได้ เพราะป้องกัน crytococcal ได้ด้วย
(Penicilliosis ประมาณ 50% ดื้อต่อ fluconazoleนะ)

ไม่รู้ว่าตอนนี้่ penicilliosis ยังสำคัญอยู่ไหม เพราะปี 2009 มีรายงานแค่ 44 รายเอง

2. Acute treatment
ตาม trial ที่มี คือ ampho 0.6 mg/kg/day x 14 days then 200 mg bid x 10 weeks

trial พบว่าประสิทธิภาพของสูตรนี้ดีมาก response กันที่ 97% กว่าๆ เคลียร์เชื้อได้ที่ประมาณ 2 wks
evident ของ ampho เดี่ยวๆ ก็มี ซึ่งต้องให้ 6-8 wks
ส่วน itraconazole ก็พบว่าเคลียร์เชื้อได้ช้ากว่า amphotericin B กว่าจะหมดก็ประมาณ 8 wks  

เค้าว่าหลักฐานมันมีแค่อันเดียวนี่แหละ แต่ไม่รู้ Thai National Guideline เราไปเอา itraconazole 200 mg TID x 3 day มาแทรกก่อนจะให้
itraconazole 200 mg bid มาจากไหนเหมือนกัน

อ้อ mortality ที่มีคนว่าไว้คือประมาณ 15-20% นะในช่วง acute treatment
3. secondary prevention
itraconazole  200 mg OD
หยุดได้เมื่อได้ HAART จนมี CD>100 ติดต่อกันมาแล้ว 6 เดือนครับ


 
บันทึกการเข้า
เด็กชายสมันตภัทร แฟนคลับอาจารย์กวง
รุ่นเก้าเรารักกัน
Hero Member
*****
เพศ: ชาย
กระทู้: 2,146



« ตอบ #35 เมื่อ: พฤศจิกายน 21, 2011, 03:12:41 PM »

Proteinuria

Proteinuria (ต่างจา่ก albuminuria นะ เพราะ albumin เป็นส่วนใหญ่แต่ไม่ใช่ทั้งหมด)
ปกติใน urine ของคนเราไม่ควรมีปริมาณโปรตีนมากกว่า 150 mg/day นะ
ดังนั้นเราจึง cut proteinuria กันที่ 150 mg/day

จะดูไงวะ  ?
> 10 mg/100 mL in single collection
> 150 mg/24 hr (เก็บ 24 hr urine)
> สัดส่วน protein ในปัสสาวะ/Cr ในปัสสาวะ --> อันนี้จะได้ออกมาเป็น g/day ดังนั้นก็เอาที่ 0.15

กรณีที่รั่วมากๆ ก็คือ > 3.5 gm/day เราจะจัดเค้าเป็นพวก nephrotic syndrome
บันทึกการเข้า
Rachanont
Administrator
Hero Member
*****
เพศ: ชาย
กระทู้: 2,023


Where there's a will, there's a way


เว็บไซต์
« ตอบ #36 เมื่อ: พฤศจิกายน 22, 2011, 11:31:18 AM »

Penicilliosis Marneffei

เนื่องจากต้องทำ topic review เรื่องนี้ เลยเอามาเขียนเป็นอนุสรณ์ไว้สักหน่อย (ยังไม่ได้ present นะ ไม่รู้จะเละหรือเปล่า?)


ที่รพ. จะไม่ให้ยาป้องกันเชื้อนี้นะ เพราะไม่ใช่พื้นที่เสี่ยง
บันทึกการเข้า

เด็กชายสมันตภัทร แฟนคลับอาจารย์กวง
รุ่นเก้าเรารักกัน
Hero Member
*****
เพศ: ชาย
กระทู้: 2,146



« ตอบ #37 เมื่อ: พฤศจิกายน 28, 2011, 11:32:45 PM »

BP < 125/75 mm Hg กับ Proteinuria 

เป้าหมายนี้ไม่เคยมีใน Guideline ของทั้ง JNC7 และ KDOQI 
เพราะสอง guideline นี้เอาเท่ากันคือ < 130/80 mm Hg

ที่มาของ BP < 125/75 mm Hg ก็คือ จาก post hoc analysis ของ MDRD trials
ซึ่งพบว่าในคนที่มี proteinuria ตั้งแต่ 1 g/day ขึ้นไป การลด BP ลงอีก ลด protein ได้มากกว่า



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 28, 2011, 11:38:08 PM โดย สมันตภัทร » บันทึกการเข้า
เด็กชายสมันตภัทร แฟนคลับอาจารย์กวง
รุ่นเก้าเรารักกัน
Hero Member
*****
เพศ: ชาย
กระทู้: 2,146



« ตอบ #38 เมื่อ: พฤศจิกายน 28, 2011, 11:44:36 PM »

BP goal ในคนแก่ ๆ (อายุตั้งแต่ 80 ปีขึ้นไป)

ตาม JNC7 และ AHA จะแนะนำใ่้ห้เอา BP <140/90 mm Hg เป็นเป้าหมาย
แต่ในความเป็นจริงแล้ว ยังไม่มี evidence support เช่นกัน

ตาม evidence ที่มี ควรเริ่ม treat เมื่อ SBP > 160 mm Hg
และเป้าหมายที่มี evidence support ก็คือ SBP < 150

ปัญหาที่สำคัญอยู่ที่ DBP เพราะคนแก่ๆ มักจะเป็น isolated HTN
DBP เลยมักจะต่ำ
เชื่อว่าJ CURVE PHENOMINON มีในคนแก่นะ (อีกกลุ่มที่มีคือ IHD)
ดังนั้นหากกำลังรักษา ไม่ควรลดความดันจน DBP <65-70 mm Hg
บันทึกการเข้า
เด็กชายสมันตภัทร แฟนคลับอาจารย์กวง
รุ่นเก้าเรารักกัน
Hero Member
*****
เพศ: ชาย
กระทู้: 2,146



« ตอบ #39 เมื่อ: มกราคม 31, 2012, 10:59:40 PM »

ไม่ได้อัพมานาน อัพสักเรื่อง สองเรื่อง ดีกว่า

Proteinuria

ในคนปกติจะมีโปรตีนในปัสสาวะไม่เกิน 150 mg ต่อวัน
มากกว่านี้ ก็จะเรียกว่า proteinuria
ถ้่ายังน้อยกว่า 2 กรัม ต่อวัน สาเหตุอาจจะเกิดจาก tubular หรือ glonerular ก็ได้
แต่ถ้ามากกว่า 2 กรัม ร้อยทั้งร้อยก็จะมาจาก glomerular

การรักษา
เชื่อว่าเภสัชกรทุกคนรู้แหละ ว่าหลักๆ ก็ต้องลด protein ในปัสสาวะลง
และก็รู้ด้่วยว่า น่าจะเลือก ACEIs หรือ ARBs ก่อนชาวบ้าน

เพิ่มเติมการรักษา
เป้าหมายมี 2 อัน ให้เอาความดันให้ได้ก่อน ถ้าได้ค่อยมาเอาเรื่องโปรตีนรั่วต่อ

ลดความดันโลหิต ซึ่งหลักๆ ควรจะให้ได้น้อยกว่า 130/80 mm Hg
แต่หากกว่ารั่วมากกว่า 500-1000 mg/day จะเอาน้อยกว่า 125/75 ตาม clinical trials ก็ได้

สำหรับคนที่ึความดันไม่สูง หรือความดันได้แล้ว แต่โปรตีนยังระเบิดระเบ้อในปัสสาวะอยู่
โดยทั่วไปแนะนำให้ tritrate ให้ได้ขนาดมากที่สุดเท่าที่ผู้ป่วยทนได้่
โดยเป้าหมายคือลดโปรตีนในปัสสาวะลงให้ได้อย่างน้อย 30% จาก baseline

บันทึกการเข้า
เด็กชายสมันตภัทร แฟนคลับอาจารย์กวง
รุ่นเก้าเรารักกัน
Hero Member
*****
เพศ: ชาย
กระทู้: 2,146



« ตอบ #40 เมื่อ: ธันวาคม 30, 2012, 11:18:20 AM »

BELL's Palsy
  • Prednisolone 60 mg/day x 5 day
    then 10 mg/day for 5 day
  • w/n the first 3 days of symptom onset (ให้หลังจากนี้ไม่มีข้อมูล)
  • prevent long-term facial weakness


Note : An antiviral plus an oral steroid combination can be considered, but the benefit has
not been proven and at best, there is likely only a modest benefit
[/list]
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 30, 2012, 11:22:47 AM โดย สมันตภัทร » บันทึกการเข้า
เว็บบอร์ดเภสัช มน. รุ่น 9
   

 บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 [3]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: