หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เภสัชกร มีปัญหา  (อ่าน 7357 ครั้ง)
Rachanont
Administrator
Hero Member
*****
เพศ: ชาย
กระทู้: 2,023


Where there's a will, there's a way


เว็บไซต์
« เมื่อ: มิถุนายน 28, 2010, 11:25:30 PM »

แค่หัวข้อก็มีปัญหาแล้ว แต่คิดว่าคงดึงหลายๆ คนให้หลงเข้ามาดูได้นะ

หัวข้อที่เค้าตั้งไว้นี่ตีความได้ 2 แบบนะ คือเภสัชกรมีปัญหาจะมาถาม กับเภสัชกรที่สร้างปัญหา ซึ่งเค้าก็หมายถึงทั้ง 2 แบบนั่นแหละ เพราะเค้ามีคำถามมาให้ทุกคนทั้งที่เป็นเภสัชกร และนิสิต/นักศึกษาเภสัช ช่วยกันระดมวามคิดหน่อยว่า

เภสัชกรทุกวันนี้ สร้างปัญหาอะไรให้คนไข้ และบุคลากรรอบๆ ตัวบ้างในบทบาทเภสัชกร (ถ้าสร้างปัญหาในบทบาทของประชาชนในสังคมเช่น ไม่เดินข้ามถนนตรงทางม้าลายนี่ไม่เอานะ เอาเฉพาะปัญหาที่เกิดจากความเป็นเภสัชกร)

เพราะจากที่บอนน์พูดถึงไว้เรื่องการดูถูกจากวิชาชีพอื่น ในกระทู้ Do You Have A Dream ? เค้าก็เลยสงสัยว่าเป็นเพราะเภสัชกรก็สร้างปัญหาเองด้วยหรือเปล่า เพราะการจะแก้ปัญหาอะไร ก้ควรแก้จากตัวเราเอง วิชาชีพเราเองก่อน

ลองเสนอกันมาคนละ 1 ปัญหาก่อนก็ได้ จะเป็นปัญหาที่ตัวเองสร้าง หรือคนอื่นสร้างก็ได้ แต่ห้ามอ้างอิงถึงบุคคล สถาบัน สมาคม หรือสถานที่ใดนะครับ

การเปลี่ยนแปลงขนาดใหญ่ ไม่จำเป็นต้องใช้แต่คานงัดขนาดใหญ่เท่านั้น คานงัดเล็กๆ อย่างพวกเราก็มีพลังเปลี่ยนแปลงขนาดใหญ่ได้เหมือนกัน
บันทึกการเข้า

Rachanont
Administrator
Hero Member
*****
เพศ: ชาย
กระทู้: 2,023


Where there's a will, there's a way


เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: มิถุนายน 28, 2010, 11:28:05 PM »

เริ่มก่อน 1 ปัญหานะ

เภสัชกรยังไม่สามารถตอบปัญหาบุคลากรทางการแพทย์ได้ทันต่อการนำไปแก้ปัญหาคนไข้ ยังไม่รู้ว่าคำถามบางคำถามควรค้นจากที่ไหนนอกจากกูเกิล สรุปแล้วองค์ความรู้ด้าน DIS ยังไม่แน่น
บันทึกการเข้า

Memory
รุ่นเก้าเรารักกัน
Hero Member
*****
เพศ: ชาย
กระทู้: 414



« ตอบ #2 เมื่อ: มิถุนายน 29, 2010, 12:36:49 PM »

   เรื่องวิชาการชัดเจนที่สุดในความคิดของเค้า มีทั้งไม่สามารถตอบคำถามได้ ตอบได้แต่นำไปใช้ไม่ได้ ส่งผลถึงความเชื่อมั่นในความสามารถด้านยาของเภสัชกรโดยรวม แม้กระทั่งคนไข้เวลามารับยากับเค้าเองตอนอยู่เวรยังต้องถามก่อนว่า "มีปัญหาเรื่องยาจะขอคำปรึกษาได้ไหม เพราะผู้ป่วยเกรงว่าเรา (เภสัชกร) จะไม่สามารถตอบได้"
   ที่สำคัญคือตอนนี้วิชาชีพอื่น เค้าต่อยอดความรู้ไปมากทั้งแพทย์และพยาบาล ล่าสุดที่ไปประชุมจิตเวชมาก็ทราบว่า เดี๋ยวนี้พยาบาลหันมาสนใจการอบรมการพยาบาลผู้ป่วยจิตเวชกันมากขึ้น ตาม รพช.จึงมีพยาบาลจิตเวชมากขึ้น แต่ในเรื่องยาเค้าไม่รู้เท่าเภสัชกร (ในอุดมคติ) เค้ายังต้องการให้เราเข้าไปมีส่วนร่วมหรือให้คำปรึกษาเรื่องยากับเค้าได้ แต่เรา (เภสัชกร) ไม่สามารถสนองความต้องการนี้ได้ ฟังพี่ๆ เค้าเล่ามาก็น่าเศร้าใจนะ
    นอกจากเรื่องวิชาการแล้ว เรื่องอื่นที่สำคัญคือระบบการเบิกจ่ายยาที่ยุ่งยากซับซ้อนเหลือเกิน แม้กระทั่งใน รพ.เค้าเอง ยังคิดว่ามันยุ่งยากเกินไปนะ ระเบียบเยอะมาก ในส่วนนี้สร้างปัญหาให้พยาบาลกับห้องยาบ่อยมาก จนมีเรื่องร้องเรียนกันมากมาย ในส่วนตัวเราเองคิดว่าแม้ระบบจะยุ่งยากจริง แต่ถ้าอารมณ์ของผู้ปฏิบัติงานไม่ขึ้นและพยายามช่วยกัน (ห้องยากับ ward) แก้ปัญหา เรื่องเหล่านี้ก็ไม่น่าจะเป็นปัญหาตามมา ไม่ขอยกตัวอย่างก็แล้วกัน เพื่อนที่อยู่ห้องยาน่าจะเข้าใจ 
บันทึกการเข้า

ชัยชนะที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่การไม่เคยล้ม
แต่อยู่ที่เราลุกขึ้นได้ทุกครั้งที่เราล้มลง
JInG+
รุ่นเก้าเรารักกัน
Sr. Member
*****
เพศ: หญิง
กระทู้: 321


JInG~* ผู้หญิง(ไม่)น่าเบื่อ*


เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: มิถุนายน 29, 2010, 01:08:48 PM »

ปัญหาเรื่ององค์ความรู้ อันนี้เห็นด้วยมาก ถึงมากที่สุด อยากให้มีการพัฒนาเรื่องนี้มากกว่านี้ หรือถ้าเป็นไปได้ การต่อยอดเฉพาะทางในแต่ละด้านน่าจะเป็นทางออกที่ดีนะ
คงไม่มีใครจะรู้ไปหมดทุกๆเรื่องจริงๆนั่นแหล่ะ แต่อย่างว่าแหล่ะ งานในรพ.มันก็ไม่เฉพาะด้านซะทีเดียว เราเรียนกันมาเป็นเป็ดกันมากเกินไปหรือเปล่า เอาเข้าจริงๆ ก็เหมือนจะไม่ลึกซึ้งอะไรซักกะเรื่อง T-T (หรือแค่เค้าเองคนเดียวหว่า?)

อีกปัญหาของเภสัชกร ที่ตัวเค้าเองเจอมากับตัวก็คือ การจะทำการ intervention อะไรซักอย่าง
บางครั้งก็อาจลืมระวังเรื่องการก้าวล้ำทางวิชาชีพ ที่บางทีมันก็ซ้อนๆกันอยู่
เจตนาเราอาจจะแค่ หวังดีกับผู้ป่วยที่เจอปัญหา อยากให้เค้าได้รับการแก้ไข หรือได้รับการรักษาที่ดีที่สุดเท่าที่เราทำได้ แต่กลับกลายเป็นว่า ทำอะไรข้ามหน้าข้ามตาวิชาชีพอื่นๆไปโดยไม่รู้ตัว หลังๆเลยเริ่มปรับปรุงตัวเอง โดยการสร้างปฏิสัมพันธ์กับวิชาชีพอื่นๆให้มากเข้าไว้ เวลาต้องการความช่วยเหลือมันก็ง่ายขึ้น แล้วก็ไม่มีเคือง หรือหมั่นไส้กันโดยไม่ใช่เรื่องอีก แต่บางทีก็ทำให้เราปลงๆกับการแก้ไขปัญหาบางเรื่องมากขึ้นนะ เพราะหลายๆครั้งจุดตรงกลางของทุกวิชาชีพ มันก็อาจไม่ใช่ สิ่งที่ดีที่สุดของผู้ป่วย

สุดท้าย ที่อยากจะฝาก คือเรื่องของคำพูดในการสื่อสาร ระหว่างเภสัชกรกับผู้ป่วยน่ะ (จริงๆวิชาชีพอื่นๆเค้าก็มีปัญหาเหมือนกัน) แต่ก็อยากให้พวกเรา มีใจบริการให้มากๆ ไม่ว่าจะ รพ.รัฐหรือเอกชน เพราะในมุมเรา เราเหนื่อยก็จริงอยู่ แต่กับคนไข้ที่เค้ามาเจอเราในด่านปราการสุดท้ายก่อนกลับน่ะ บางคนเค้าก็หวังจะได้รับข้อมูลดีๆ คำพูดเพราะๆ (ไม่รวม case ที่รีบๆจะกลับ ไม่อยากฟังนะ อันนั้นก็มีเยอะ แต่...ช่างเค้าเหอะ) หลายๆ case แทบจะไม่ทราบข้อมูลอะไรเกี่ยวกับยาเลยด้วยซ้ำ ดีไม่ดี ป้าๆลุงๆ หูตึงๆ แต่งตัวมาแบบชาวบ้านๆอยากรู้เข้าหน่อย ก็กลับได้รับการตะคอกกลับไป พร้อมถุงยาซะงั้น อันนี้เห็นบ่อย เลยรู้สึกไม่ค่อยดี ต่อภาพรวมของวิชาชีพ ร้องเรียนมีมั้ย ก็คงมี แต่พอเจอเหตุผลเรื่องของภาระงาน เรื่องก็เงียบ เหมือนๆกระบอกเสียงจะไม่ค่อยมีอิทธิพลท่าที่ควร 555

ตอนนี้ นึกออกแค่นี้ แล้วจะเข้ามาติดตาม เภสัชกร มีปัญหาเรื่อยๆนะจ๊ะ
บันทึกการเข้า

Keep smilling, be happy !! ^^
Cha
รุ่นเก้าเรารักกัน
Sr. Member
*****
เพศ: หญิง
กระทู้: 263


อินุยาฉะ ^.^


« ตอบ #4 เมื่อ: มิถุนายน 29, 2010, 02:52:08 PM »

เท่าที่เค้าเข้ามาในระบบราชการได้ 5 เดือนนะ ปัญหาที่เค้าเห็นชัดๆ ก็คือ

1. ปัญหาเภสัชกรไม่อยากทำงาน
ขาดความกระตือรือร้นในการทำงาน ทำแบบเช้าชามเย็นชาม ไม่สนใจที่จะปรับปรุงงานที่ทำอยู่ให้ดีขึ้น
ส่วนการเริ่มงานใหม่ๆ แทบไม่มีให้เห็น ไม่ต้องไปหวัง เพราะแค่มีคนถามว่าเมื่อไหร่เภสัชกรจะขึ้นวอร์ด ก็โยนงานกันอุตลุตล่ะ
แถมยังมีการนำเรื่องตำแหน่ง ซี อายุการทำงานมาโยงเข้าด้วย ประมาณว่า ฉันอยู่มาก่อนนะเป็นระดับชำนาญการล่ะ ก็ควรทำงานบริหารไม่ใช่งานบริการ
งานบริการก็ให้เด็กๆ รึว่าระดับปฏิบัติการทำไปสิ ไม่ใช่เรื่องที่ฉันต้องรับผิดชอบ อะไรประมาณนี้
ส่วนเด็กรุ่นใหม่ๆ ก็แบ่งเป็นกลุ่มที่บรรจุแล้ว ก็จะประมาณว่าอ้าวในเมื่อคนนั้นคนนี้ (รุ่นพี่) ไม่ทำ แล้วเค้าจะทำทำไมให้เหนื่อย
ส่วนคนที่ยังไม่ได้บรรจุ ก็ไม่ได้ประโยชน์ว่าทำไปแล้วจะมีผลดีอะไรเกิดขึ้นเหรอ อีกอย่างก็จะไม่ได้รับมอบงานสำคัญให้อยู่แล้ว เพราะเป็นคนที่อยู่นอกระบบ
จากเหตุการณ์ที่เกิดก็ทำให้ไม่มีการพัฒนางานใหม่ๆ ขึ้นมาเลย ทุกอย่างก็จะย่ำอยู่กับที่ไม่มีความก้าวหน้า

2. การจัดคนไม่ตรงกับความสามารถ ความเชียวชาญ ความถนัด ความชอบ - นำไปสู่การทำงานที่ไม่มีความสุข งานไม่มีการพัฒนา
อันนี้อาจจะเป็นปัญหาภาวะผู้นำในองค์กรเค้าเองแหละ

เอาล่ะเค้าจะตอบแค่ในส่วนราชการนะ ส่วนเอกชนถ้ามีใครสนใจก็ถามมาล่ะกัน เพราะเค้าคิดว่าเพื่อนส่วนใหญ่อยู่ในระบบราชการอ่ะนะ
 
 
บันทึกการเข้า
Cha
รุ่นเก้าเรารักกัน
Sr. Member
*****
เพศ: หญิง
กระทู้: 263


อินุยาฉะ ^.^


« ตอบ #5 เมื่อ: มิถุนายน 29, 2010, 03:09:05 PM »

ขอตอบปัญหาที่เพื่อนๆ โพสต์หน่อยนะ
- เค้าคิดว่าเรื่องความรู้เป็นเรื่องของตัวบุคคลนะ ขึ้นอยู่กับความเอาใจใส่ความรับผิดชอบของแต่ละคน เราคงจะให้เภสัชกรทุกคนมีความรู้ความสามารถเท่าเทียมกันหมดคงไม่ได้หรอก แต่สำคัญอยู่ที่ควรจะรู้แหล่งในการค้นหาข้อมูล   เพื่อที่จะนำไปตอบคำถามเหล่านั้นได้ เพราะเราคงไม่สามารถหลีกหนีจากคำถามมากมายจากบุคลากรทางการแพทย์และคนไข้ได้หรอก ดังนั้นก็ควรจะมีความรู้ความสามารถในการค้นหาคำตอบอย่างรวดเร็วถูกต้องให้ได้ จะดีกว่าที่จะต้องบันทึกจดจำทุกอย่างด้วยสมองอันน้อยนิด ซึ่งน้อยคนที่จะสามารถทำได้  อีกอย่างนะเค้าคิดว่าเราควรสร้างเครือข่ายเภสัชกรผู้เชียวชาญด้านต่างๆ เพื่อจะได้เป็นที่ปรึกษาให้กับเภสัชกรทุกคนที่ต้องการความช่วยเหลือได้ เพราะแต่ละคนก็ทำงานต่างกัน บางคนเชียวชาญงาน ARV บางคนเชี่ยวชาญงานเคโม ฯลฯ เราคงจะให้ทุกคนรู้ทุกอย่างเป็นไปไม่ได้หรอก
-เรื่องการ intervention กับวิชาชีพอื่น - เค้าคิดว่าการสร้างความสัมพันธ์ส่วนตัวเป็นสิ่งสำคัญอันหนึ่งที่จะทำให้เราบรรจุจุดหมายในการทำงานได้ บางอย่างหากไม่ใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวงานนั้นก็ไม่น่าสำเร็จ เรื่องเล็กอาจกลายเป็นเรื่องใหญ่ ความสัมพันธ์ส่วนตัวที่ว่าไม่มีนัยลึกซึ้งนะ แค่การพูดคุยทักทายกันนอกงาน เหมือนกับว่าเค้าเป็นคนรู้จักของเราคนหนึ่ง การทำงานหลายอย่างก็จะราบรื่นอย่างไม่น่าเชื่อ

อ่ะนะ เป็นความเห็นส่วนตัวน่ะขอแจมนิดนึง  Sad
บันทึกการเข้า
เว็บบอร์ดเภสัช มน. รุ่น 9
   

 บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: