หน้า: 1 [2]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: การเปิดงานบริบาลเภสัชกรรมผู้ป่วยใน (inpatient care)  (อ่าน 26190 ครั้ง)
Rachanont
Administrator
Hero Member
*****
เพศ: ชาย
กระทู้: 2,023


Where there's a will, there's a way


เว็บไซต์
« ตอบ #15 เมื่อ: ตุลาคม 05, 2011, 01:50:31 PM »

update คู่มือปรับขนาดการใช้ยาตามการทำงานของไต แก้ไขส่วนของยาต้านไวรัสตาม AIDSinfo guideline

*  (197.31 KB - ดาวน์โหลด 8050 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

Rachanont
Administrator
Hero Member
*****
เพศ: ชาย
กระทู้: 2,023


Where there's a will, there's a way


เว็บไซต์
« ตอบ #16 เมื่อ: ตุลาคม 16, 2011, 03:30:34 PM »

หลังจากผ่านไป 5 เดือนกว่าตอนนี้ได้น้องเพิ่มมาอีก กำลังจะปรับรูปแบบงานบริบาลผู้ป่วยใน ให้เนียนเป็นเนื้อเดียวกันกับงานบริการผู้ป่วยใน โดยเอาแนวคิดของ PCNE มาปรับปรุงได้ออกมา ตามนี้นะ

Prescription validation จากเดิมที่มีการตรวจสอบเพียงแค่คีย์ยาถูกต้องตามที่แพทย์สั่งมา จัดยาถูกคน ชนิด ขนาด และจำนวน
+ ตรวจสอบขนาดการใช้ยาว่าเหมาะสมกับน้ำหนัก และอยู่ในช่วงปกติทั้งในผู้ป่วยเด็ก และผู้ใหญ่ (เภสัชที่อยู่ตรงจุดนี้ต้องมีความแม่นยำในเรื่องขนาดการใช้ยา)
+ ตรวจสอบ Fatal drug interaction, Drug allergy (ป้องกันกรณีที่คนคีย์เพิกเฉยต่อ alert จากโปรแกรม)
+ ตรวจสอบ trigger tool เช่น การสั่งใช้ antidote เพื่อส่งต่อให้กับ Intermediate medication reviewer

Intermediate medication review เป็นจุดที่ต้องทบทวนการใช้ยาของผู้ป่วยภายหลังจากผู้ป่วย admit ไปแล้ว (ตอนนี้ประกันเวลาที่ไม่เกิน 24 ชั่วโมง) โดยอาศํยค่า lab และ ข้อมูลจาก Doctor order sheet ที่อยู่ในระบบคอมพิวเตอร์
+ ตรวจสอบขนาดการใช้ยาในผู้ป่วยที่มีการทำงานของไตลดลง เมื่อพบจึงส่งต่อให้ทีม intervention ดำเนินการปรึกษาแพทย์
+ ค้นหาผู้ป่วยที่ต้องทำ medicaton reconcile (ตอนนี้กำลังทดลอง filter ที่มีความเหมาะสมอยู่) เพราะการทำทุกเคสทำให้การดูแลไม่ครอบคลุม
+ ตรวจสอบ trigger tool ที่ Prescription validator ส่งมาก่อนส่งให้ทีม intervention
+ แยกผู้ป่วยตามกลุ่มโรคเป้าหมาย และสรุปข้อมูลเบื้องต้นส่งต่อให้ ทีม intervention
+ monitor ผู้ป่วยตามกลุ่มโรคเป้าหมายที่ ทีม intervention ได้ไปดูแลแล้ว ถ้าพบการเปลี่ยนแปลงของยา หรือ ค่า lab ที่ส่งผลต่อผู้ป่วย จะส่งให้ ทีม intervention ไปดูแลอีกที

Advanced medication review & Intervention ทีมนี้ต้องขึ้นไปดูแลผู้ป่วยที่วอร์ด โดยอาศํยข้อมูลเบื้องต้นและข้อมูลที่ได้เพิ่มเติมจากการซักประวัติมาใช้ในการทบทวนการใช้ยา เพื่อค้นหา DRPs และดำเนินการแก้ไข และทำงานอื่นที่ถูกส่งต่อมาดังนี้
+ Medication reconcile
+ Allergy Clarification
+ Renal dosage adjustment
+ Solve adherence issue
+ Inform drug data

จากสามจุดที่เล่าไปจะเห็นว่าเค้าใช้ระบบสายพานของการส่งต่อข้อมูล เพื่อให้เกิดการดูแลที่ครบถ้วน และทันเวลาที่สุดเท่าที่จะทำได้ แทนที่จะใช้การทำงานของคนคนเดียวตั้งแต่ต้นจนจบ ซึ่งสิ้นเปลืองเวลา และมี productivity ต่ำกว่าการทำงานเป็นทีม แต่การที่จะทำให้ทีมทำงานด้วยกันได้อย่างสอดคล้องกัน จะต้องมีกฏ ระเบียบ แนวทางในการทำงานและความเชื่อใจกัน และที่สำคัญทุกคนต้องหมุนเวียนการทำงานทุกจุด เพื่อให้เห็นมุมมองของแต่ละงาน ไม่ให้เกิดการผูกขาดงาน ให้ทุกคนรักงานของทีม ไม่ใช่รักแค่งานของตนเอง

model นี้ เริ่ม implement บ้างแล้วแต่ยังไม่เต็มระบบ เพราะต้องรอผลจากห้องทดลองก่อน และอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเพื่อให้เข้ากับบริบทของงาน ใครมีอะไรแลกเปลี่ยน เชิญได้เลย

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 16, 2011, 04:32:53 PM โดย Rachanont » บันทึกการเข้า

Rachanont
Administrator
Hero Member
*****
เพศ: ชาย
กระทู้: 2,023


Where there's a will, there's a way


เว็บไซต์
« ตอบ #17 เมื่อ: ตุลาคม 25, 2011, 08:50:55 PM »

งานของเภสัชกรจริงๆ แล้วมีวัตถุประสงค์อยู่แค่ 4 อย่าง

    1. ทำให้คนไข้ได้รับการรักษาที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด
    2. ทำให้คนไข้ได้รับผลเสียจากยาน้อยที่สุด
    3. ทำให้การรักษามีความคุ้มค่ามากที่สุด
    4. และทำให้การรักษาเข้ากับการดำเนินชีวิตของผู้ป่วยมากที่สุด

ไม่ว่าจะอยู่ตรงส่วนไหนของงาน ไม่ว่าจะคลัง จัดซื้อ ผลิต วิชาการ บริการ บริบาล ล้วนต้องเกี่ยวข้องกับ 1 ใน 4 วัตถุประสงค์นี้
บันทึกการเข้า

Rachanont
Administrator
Hero Member
*****
เพศ: ชาย
กระทู้: 2,023


Where there's a will, there's a way


เว็บไซต์
« ตอบ #18 เมื่อ: ตุลาคม 26, 2011, 11:25:20 PM »

หลังจากเริ่มระบบใหม่ดังกล่าว ได้มีการเปลี่ยนฟอร์มเพื่อให้เหมาะสมกับการติดตามคนไข้ตามนี้ครับ

pt ARV/TB จะใช้ SICKCARE กับ TBCARE ถึงมีโรคอื่นร่วมก็ยึดแบบันทึกสองอันนี้เป็นหลัก
pt ที่ใช้ Warfarin จะใช้ WARFCARE
pt โรคเรื้อรังอื่นๆ นอกเหนือจากสามโรคข้างต้นจะใช้ ALLCARE ทั้งหมด โดยแบบบันทึก 4 แบบนี้ออกแบบมาให้ตามเคสได้ 1 - 3 ครั้งถ้ามากกว่านี้ต้องบันทึกต่อใน ContinuingCare เป็นหน้า 2,3 ต่อไปจนกลับบ้าน

ส่วน บันทึกการให้คำปรึกษาเรื่องยาป้องกันการถ่ายทอดเชื้อสู่ลูก ก็ตามชื่อเลย


* ALLCARE1.0.pdf (96.76 KB - ดาวน์โหลด 484 ครั้ง.)
* ContinuingCare1.1.pdf (28.76 KB - ดาวน์โหลด 413 ครั้ง.)
* SICKCARE1.1.pdf (38.78 KB - ดาวน์โหลด 349 ครั้ง.)
* TBCARE1.1.pdf (97.09 KB - ดาวน์โหลด 391 ครั้ง.)
* WARFCARE1.2.pdf (101.64 KB - ดาวน์โหลด 377 ครั้ง.)
*  (25.11 KB - ดาวน์โหลด 381 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 26, 2011, 11:37:29 PM โดย Rachanont » บันทึกการเข้า

Rachanont
Administrator
Hero Member
*****
เพศ: ชาย
กระทู้: 2,023


Where there's a will, there's a way


เว็บไซต์
« ตอบ #19 เมื่อ: พฤษภาคม 03, 2012, 10:38:37 PM »

update คู่มือปรับขนาดการใช้ยาตามการทำงานของไต แก้ไขส่วนของยา levofloxacin inj.

*  (67.33 KB - ดาวน์โหลด 415 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

Rachanont
Administrator
Hero Member
*****
เพศ: ชาย
กระทู้: 2,023


Where there's a will, there's a way


เว็บไซต์
« ตอบ #20 เมื่อ: กรกฎาคม 14, 2013, 07:24:23 AM »

update คู่มือปรับขนาดการใช้ยาตามการทำงานของไต
- แก้ไขในส่วนของยา piperacillin/tazobactam inj.
- เพิ่ม dose colistin inj. ปรับตาม crcl

*  (199.03 KB - ดาวน์โหลด 438 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

pharinda
รุ่นเก้าเรารักกัน
Sr. Member
*****
เพศ: หญิง
กระทู้: 212



« ตอบ #21 เมื่อ: ตุลาคม 10, 2013, 11:29:57 AM »

คิดถึงห้องนี่้จังเลย  ไม่ได้เข้ามานานมากแล้ว....

เห็นเติ้ล post เรื่อง การปรับขนาดยาในผู้ป่วยโรคไต  อยากปรึกษาเรื่อง dose fosfomycin หน่อยอ่ะ  คือเราก็ได้ข้อมูลเหมือนเติ้ลแหละ  แต่ทางคลินิกที่ ร.พ. ใช้ fosfomycin ในคนไตปกติ 2 g q8h (6 g/day) - 4 g q6h (16 g/day)  เลยอ่ะ  แล้วเวลา advice ปรับขนาดยาตามไต  ถ้าไปลด dose ตามที่บริษัทแนะนำ  มักจะมีความเข้าใจไม่ตรงกันระหว่างวิชาชีพ  เราเลยไม่แน่ใจว่าเพื่อนพอจะมีข้อมูลการปรับขนาดยา fosfomycin มากกว่าที่บริษัทแนะนำกันป่าวเอ่ย
บันทึกการเข้า

Wink Wink P HARINDADA  Wink Wink
เว็บบอร์ดเภสัช มน. รุ่น 9
   

 บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: